แสดงคำถาม เว็บบอร์ด
ไปหน้าคำถามรวม ตั้งกระทู้ใหม่

ขอเชิญร่วมตอบคำถามค่ะ

เจ้าของคำถาม

คุณ อยากบอก
วันที่ 12 Sep 2008 09:24
IP 124.120.126.90

หัวข้อคำถาม:

ถ้าสามีเมียน้อย

รายละเอียด:

ถ้าสามีคุณ ไปทำงานที่อื่น นานๆ กลับบ้านมาที ตอนที่อยู่กับคุณ ก็ทำว่ารักคุณเสียเต็มประดา แต่ลับหลังคุณกลับไปมีเมียน้อย ส่งเสียเลี้ยงดูเมียน้อยทั้งครอบครัว <br>
แล้วคุณคนที่อยู่ที่บ้านจะทำยังไง????? <img src="pic/yawn.gif"> <img src="pic/yawn.gif">

ผู้ร่วมตอบ

ผู้ตอบ

คุณ อยากตอบ
วันที่ 24 Sep 2008 21:15
IP 125.26.82.189
คำตอบที่ 1

อยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียงครับ...

ผู้ตอบ

คุณ นน
วันที่ 30 Sep 2008 12:42
IP 124.120.124.203
คำตอบที่ 2

................ทำใจเนอะ

ผู้ตอบ

คุณ เม
วันที่ 30 Sep 2008 12:52
IP 124.120.124.203
คำตอบที่ 3

สบายดีกันมั้ย

ผู้ตอบ

คุณ นู๋ดี
วันที่ 2 Oct 2008 17:15
IP 124.120.123.166
คำตอบที่ 4

มีใหม่ไปเลย <img src="pic/lol.gif"> <img src="pic/lol.gif"> <img src="pic/lol.gif">

ผู้ตอบ

คุณ k
วันที่ 10 Oct 2008 09:16
IP 125.26.84.69
คำตอบที่ 5

แล้วแต่วาสนา

ผู้ตอบ

คุณ ลัลลา
วันที่ 13 Oct 2008 11:19
IP 124.120.124.39
คำตอบที่ 6

เพลง ทำไมต้องยอม<br>
<br>
บอกเธอเลยว่ารู้ตัว ไม่ต้องมีใครย้ำรู้ดี ไม่ได้เป็นที่หนึ่ง <br>
เธอมีเขาอยู่ทั้งคน ไม่ต้องการจะแย่งใคร <br>
แต่ไม่ใช้นางฟ้าที่ยอมให้ได้หมดทุกอย่าง มีเลือดเนื้อมีหัวใจ <br>
<br>
หรือฉันไม่มีสิทธ์ที่คิดจะดูแลเธอ <br>
คนเขามองว่าเลวเสมอ แค่ฉันรักกับเธอ ก็ผิดไปหมดทุกอย่าง <br>
<br>
อยากเป็นคนที่ถอยไป แต่ในใจฉันก็ถามทำไม <br>
ต้องเป็นฉันที่ยอมสูญเสียเธอ <br>
เมื่อเธอก็มีเยื้อใย และฉันเองก็รักเธอ รักไม่แพ้ใครทั้งนั้น <br>
ผิดถูก อยากรู้ดูกันตรงไหน <br>
<br>
เจ็บที่คนด่าว่ากัน ว่าไม่มีศักดิ์ศรีที่ยอม ยอมให้เธอทุกอย่าง <br>
บอกตามตรงฉันเสียใจ แค่ต้องการอยู่ข้างกัน <br>
และไม่เคยเรียกร้องอ้อนวอน ขออารัยมากมาย <br>
ไม่อยากเป็นเรื่องวุ่นวาย <br>
<br>
หรือฉันไม่มีสิทธ์ที่คิดจะดูแลเธอ <br>
คนเขามองว่าเลวเสมอ แค่ฉันรักกับเธอ ก็ผิดไปหมดทุกอย่าง <br>
<br>
อยากเป็นคนที่ถอยไป แต่ในใจฉันก็ถามทำไม <br>
ต้องเป็นฉันที่ยอมสูญเสียเธอ <br>
เมื่อเธอก็มีเยื้อใย และฉันเองก็รักเธอ รักไม่แพ้ใครทั้งนั้น <br>
ผิดถูก อยากรู้ดูกันตรงไหน <br>
<br>
อยากเป็นคนที่ถอยไป แต่ในใจฉันก็ถามทำไม <br>
ต้องเป็นฉันที่ยอมสูญเสียเธอ <br>
เมื่อเธอก็มีเยื้อใย และฉันเองก็รักเธอ รักไม่แพ้ใครทั้งนั้น <br>
ผิดตรงที่ฉันรักเธอใช่ไหม.. <img src="pic/crying.gif"> <img src="pic/crying.gif"> <img src="pic/crying.gif">

ผู้ตอบ

คุณ ลัลลา
วันที่ 13 Oct 2008 11:29
IP 124.120.124.39
คำตอบที่ 7

1. ต้องมีจุดหมายปลายทาง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
2. จงยิ้มอยู่เสมอ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
3. รู้จักแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
4. จริงใจที่จะช่วยเหลือผู้ตกยาก <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
5. ทำตัวให้น่ารักเหมือนเด็กๆ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
6. เข้าได้กับคนทุกประเภท <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
7. อย่าตระหนกเมื่อพบสิ่งแปลกใหม่ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
8. รู้จักมีอารมณ์ขัน <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
9. รู้จักให้อภัย <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
10. มีเพื่อนที่รักกันจริงไว้บ้าง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
11. รู้จักการทำงานเป็นทีม <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
12. ให้ความสุขกับชีวิตครอบครัว <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
13. มีความเชื่อมั่นและภูมิใจในตนเอง <br>
. ต้องมีจุดหมายปลายทาง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
2. จงยิ้มอยู่เสมอ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
3. รู้จักแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
4. จริงใจที่จะช่วยเหลือผู้ตกยาก <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
5. ทำตัวให้น่ารักเหมือนเด็กๆ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
6. เข้าได้กับคนทุกประเภท <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
7. อย่าตระหนกเมื่อพบสิ่งแปลกใหม่ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
8. รู้จักมีอารมณ์ขัน <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
9. รู้จักให้อภัย <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
10. มีเพื่อนที่รักกันจริงไว้บ้าง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
11. รู้จักการทำงานเป็นทีม <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
12. ให้ความสุขกับชีวิตครอบครัว <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
13. มีความเชื่อมั่นและภูมิใจในตนเอง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
14. อย่าดูถูกผู้ที่อ่อนแอกว่า <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
15. ตามใจตัวเองในบางครั้ง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
16. ไม่บ้างาน..หาเวลาหยุดพักบ้าง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
17. มีความกล้าหาญและอดทน <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
18. อย่าเป็นคนกระหายเห็นแก่เงิน <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
14. อย่าดูถูกผู้ที่อ่อนแอกว่า <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
15. ตามใจตัวเองในบางครั้ง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
16. ไม่บ้างาน..หาเวลาหยุดพักบ้าง <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
17. มีความกล้าหาญและอดทน <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
18. อย่าเป็นคนกระหายเห็นแก่เงิน <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<br>

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 16 Oct 2008 12:53
IP 124.121.227.207
คำตอบที่ 8

ทำไมกระต่ายต้องตื่นตูม<br>
<br>
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดพระเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภเดียรถีย์ (นักบวชนอกศาสนา) ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...<br>
<br>
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชสีห์อาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง มีดงตาลกับต้นมะตูมอยู่ติดทะเลด้านทิศตะวันตกของป่านั้น ณ ที่ดงตาลนั้นมีกระต่ายตัวหนึ่งอาศัยอยู่ใต้ต้นตาลใกล้ต้นมะตูมต้นหนึ่ง วันหนึ่ง วันหนึ่งเจ้ากระต่ายออกเที่ยวหากินอิ่มแล้ว กลับมานอนพักผ่อนอยู่ใต้ใบตาลแห้ง กำลังนอนคิดเพลิน ๆ อยู่ว่า &quot;ถ้าหากแผ่นดินนี้ถล่ม เราจะไปอยู่ที่ไหนหนอ&quot; ทันใดนั้นเองผลมะตูมสุกลูกหนึ่งได้หล่นลงมาถูกใบตาลเสียงดังลั่นเจ้ากระต่ายนึกว่าเป็นเสียงแผ่นดินถล่ม จึงร้องขึ้นสุดเสียงว่า &quot;แผ่นดินถล่มแล้ว ๆ &quot; พร้อมกับกระโดวิ่งหนีไปสุดชีวิตโดยไม่เหลียวหลังมาดูเลย<br>
<br>
<br>
<br>
กระต่ายตัวอื่น ๆ เห็นมันวิ่งหนีอะไรมาสุดชีวิตจึงร้องถามมันว่า &quot;เจ้าวิ่งหนีอะไรมา&quot; มันทั้งวิ่งทั้งร้องตอบว่า &quot;รีบหนีเร็ว แผ่นดินถล่มแล้ว ๆ&quot; กระต่ายจำนวนนับพันต่างก็รีบวิ่งหนีตายตามมันไปด้วย สัตว์ป่านานาชนิดเมื่อทราบข่าวต่างก็วิ่งหนีตามกระต่ายไป ฝูงสัตว์วิ่งหนีตามกันมาเป็นทิวแถว ราชสีห์เห็นสัตว์น้อยใหญ่วิ่งกันมาฝุ่นฟุ้งกระจุยจึงร้องถามไปว่า &quot;พวกเจ้าวิ่งหนีอะไรมา&quot; ได้รับคำตอบว่า &quot;เจ้านาย แผ่นดินที่โน้นถล่มแล้ว พวกเราวิ่งหนีตาย&quot; แล้วก็วิ่งไปต่อ บ่ายหน้าไปทางหน้าผาสูงชันโดยไม่รู้ตัว ราชสีห์ด้วยความกรุณาในสัตว์ทั้งหลายเกรงว่าจะตกเหวตายเสียหมด จึงวิ่งไปดักข้างหน้าพร้อมกับคำรามเสียงดังลั่นขึ้น ๓ ครั้ง สัตว์ทั้งหลายพอได้ยินเสียราชสีห์ก็พากันตกใจกลัวตื่นจากภวังค์หยุดวิ่ง<br>
<br>
<br>
<br>
ราชสีห์จึงถามว่า &quot;ใครเห็นแผ่นดินถล่มบ้าง&quot; พวกสัตว์บอกว่า &quot;ช้างเห็นขอรับ&quot; ช้างบอกว่า &quot;เสือเห็น&quot; เสือบอกว่า &quot;แรดเห็น&quot; แรดบอกว่า &quot;ควายเห็น&quot; ควายบอกว่า &quot;หมูป่าเห็น&quot; หมูป่าบอกว่า &quot;กวางเห็น&quot; กวางบอกว่า &quot;กระต่ายเห็น&quot; พวกกระต่าย จึงชี้บอกว่า &quot;กระต่ายตัวนี้เห็นแผ่นดินถล่มครับ..นาย&quot; ราชสีห์จึงถามกระต่ายตัวนั้นว่าเป็นจริงหรือเปล่า กระต่ายตอว่า &quot;ข้าพเจ้าเห็นจริง ๆ นายท่าน ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังนอนพักผ่อนอยู่ใต้ใบตาลก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ข้าพเจ้าจึงวิ่งหนีตายมานี่ละ.. นายท่าน&quot;<br>
<br>
<br>
<br>
ราชสีห์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงบอกให้สัตว์ทั้งหลายรออยู่ที่ตรงนั้นส่วนตนและเจ้ากระต่ายได้เดินกลับไปดูสถานที่ต้นเหตุ ตรวจดูเห็นผมมะตูมสุกลูกหนึ่งวางอยู่ก็เข้าใจทันที จึงกลับมาบอกสัตว์ทั้งหลายว่า &quot;ท่านทั้งหลายเลิกกลัวได้แล้ว เสียงแผ่นดินถล่ม เป็นเสียงผลมะตูมสุกหล่นกระทบใบตาลแห่งดอก เลิกกลัวได้แล้ว&quot; สัตว์ทั้งหลายอาศัยราชสีห์จึงเอาชีวิตรอดมาได้<br>
<br>
<br>
<br>
พระพุทธองค์จึงตรัสพระคาถาว่า<br>
<br>
<br>
<br>
&quot;พวกคนโง่เขลายังไม่ทันรู้เรื่องราวแจ่มแจ้ง ฟังคนอื่นโจษขาน ก็พากันตื่นตระหนก พวกเขาเชื่อคนง่าย ส่วนคนเหล่าใดเป็นนักปราชญ์ เพียบพร้อมด้วยศีลและปัญญา ยินดีในความสงบ และเว้นไกลจากการ ทำชั่ว คนเหล่านั้นหาเชื่อคนอื่นง่ายไม่&quot;<br>
<br>
<img src="pic/confused.gif"> <img src="pic/confused.gif"> <img src="pic/confused.gif">

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 16 Oct 2008 13:01
IP 124.121.227.207
คำตอบที่ 9

10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว<br>
<br>
วันนี้เกร็ดความรู้มี 10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็วมาบอกกัน...<br>
<br>
<br>
1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี่จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม<br>
<br>
2. กินอาหารมากเกินไป การกินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น<br>
<br>
3. การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคสมองฝ่อและโรคอัลไซเมอร์<br>
<br>
4. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง<br>
<br>
5. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อยส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง<br>
<br>
6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้<br>
<br>
7. นอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง<br>
<br>
8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว<br>
<br>
9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ<br>
<br>
10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง<br>
<br>
<br>
รู้อย่างนี้แล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กล่าวมาจะดีกว่า เพื่อจะได้มีสมองที่ดี.<br>
<br>
++ อัจฉริยะสร้างได้ วิทยาการใหม่ฝึกสมอง

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 16 Oct 2008 13:08
IP 124.121.227.207
คำตอบที่ 10

ไปอ่านเจอบทความสุขภาพเรื่องนึง แบบว่า ขำดีแต่มีประโยชน์ก็เลยเอาฝากกัน จะได้ช่วยกันขำ ฮ่าๆๆๆๆๆ ไม่แน่อ่านแล้วอาจช่วยกระตุ้นให้หิวข้าวขึ้นมาได้สำหรับท่านที่เบื่ออาหาร (ช้อเล่นนนน)<br>
<br>
มาตรวจสุขภาพด้วย &quot;อึ&quot; กันเถอะ<br>
<br>
<br>
สำหรับสาวเฟิสต์ที่นิยมการรักษาสุขภาพทั้งหลาย ช่วยกันปรบมือให้กับ &quot;อาจารย์บุนเป โยริฟุจิ (เจ้าของหนังสือ หัวใจอึ)&quot; กันสักหน่อย เพราะอาจารย์ท่านนี้เองที่คิดค้น &quot;การตรวจสุขภาพแบบใหม่&quot; ที่สามารถตรวจได้ทุกวัน และไม่สิ้นเปลืองทรัพย์สินเงินทองเลยสักนิด เพียงแค่ &quot;อึ&quot; ออกมาเท่านี้ คุณก็สามารถรู้แล้วว่า สุขภาพของคุณในช่วงนั้นเป็นอย่างไร<br>
ลักษณะของ &quot;อึ&quot; แบ่งเป็น 7 แบบด้วยกัน <br>
<br>
แบบที่ 1 &quot;อึแบบกล้วย&quot;มีสีเหลือง มีกลิ่นแบบพอรับได้ มีปริมาณน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป เมื่อตกลงน้ำแล้วจะลอยตัว พร้อมจะมีเศษหลุดออกมา อึแบบนี้เป็นอึที่มีสภาพดีมาก บอกถึงสภาพจิตใจที่ดี และอาหารที่รับประทานก็มีความสมดุลต่อร่างกาย ควรรักษาให้มีอึแบบนี้ตลอดไปจะดีต่อสุขภาพของคุณ<br>
<br>
แบบที่ 2 &quot;อึแบบผอม&quot;มีสีน้ำตาลแดงปนดำ มีน้ำประมาณ 83 เปอร์เซ็นต์ เวลาปล่อยจะมีลักษณะขาดเป็นช่วงๆ คล้ายเส้นอุด้ง รูปร่างผอมลีบ เหลวข้น และมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว อึแบบนี้จะมาจากคนที่กล้ามเนื้อท้องมีปัญหา อาจเกิดจากการขาดสารอาหาร หรือกำลังอยู่ในช่วงที่ลดน้ำหนักจนมากเกินไป อึแบบนี้ไม่ดีนัก ควรปรับปรุงด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น และดูแลลำไส้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยของหมัก อาทิ ผักดอง หรือโยเกิร์ต<br>
<br>
แบบที่ 3 &quot;อึแบบดินโคลน&quot;มีสีน้ำตาลแดงเข้มค่อนไปทางดำ มีกลิ่นแรงและเหม็นมาก ลักษณะเป็นดินโคลนมีน้ำประมาณ 88 เปอร์เซ็นต์ ถ่ายครั้งละมากๆ คล้ายกับคนเป็นท้องเสีย อึแบบนี้เป็นเพราะร่างกายดูดซึมน้ำไม่เพียงพอ ต้องระวังลำไส้จะเป็นแผล ดังนั้นควรพักผ่อนเยอะๆ เพราะการอึแบบนี้เป็นสัญญาณของการอดนอน อีกทั้งควรกินอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะๆ งดอาหารเผ็ด หรือชา กาแฟ ถ้าอึเป็นแบบนี้นานๆ ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อเช็กสุขภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง<br>
<br>
แบบที่ 4 &quot;อึแบบน้ำ&quot;มีโอกาสเป็นได้หลายสี ยกเว้นสีน้ำตาล ถ่ายแต่ละครั้งจะมีปริมาณประมาณ 2-3 ถ้วยกาแฟเลย ลักษณะเป็นน้ำ มีกลิ่นเหม็นมาก อึแบบนี้คือ อึที่ลำไส้ไม่ทำหน้าที่ดูดซึมน้ำ สาเหตุก็คงมาจากเรื่องของความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ดังนั้นควรจะพักผ่อนเยอะๆ ทำจิตใจให้สบาย และงดอาหารจำพวกที่มีไขมันและโปรตีนสูง ควรกินผักเยอะๆ แทน และถ้ายังอึเป็นเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน<br>
<br>
แบบที่ 5 &quot;อึแบบแข็งปนน้ำ&quot; มีโอกาสเป็นได้หลายสี ถ่ายออกมาแต่ละครั้งมีปริมาณประมาณ 1-2 ถ้วยซุป อาจจะเหม็นบ้างไม่เหม็นบ้าง มีลักษณะเป็นน้ำประมาณ 60-90 เปอร์เซ็นต์ และแต่ปริมาณก้อนเศษอาหารที่ผสม อึแบบนี้จะถ่ายออกมาในลักษณะเป็นน้ำสลับแข็ง หรือพร้อมๆ กัน บ่งบอกได้ว่าลำไส้ขาดความแข็งแรงแล้ว อาจเพราะความเครียด หรือมีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น ดังนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ หรือไม่ก็ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพโดยละเอียดอีกครั้ง<br>
<br>
แบบที่ 6 &quot;อึแบบแข็ง&quot;มีสีน้ำตาล น้ำตาลแดง หรือดำ มีลักษณะเป็นก้อนหินเม็ดเล็กๆ ประมาณ 2-10 เม็ดเหมือน ‘ขี้กระต่าย’ มีกลิ่นเหม็นมาก และทุกเม็ดแข็งมากๆ นั่นเพราะในลำไส้ขาดน้ำ และอึเม็ดเล็กๆ ไปแข็งอยู่ในลำไส้นาน จึงส่งผลทำให้เกิดโรคท้องผูก ดังนั้นผู้ที่มีอึแบบนี้จึงควรดื่มน้ำเยอะ และทานอาหารที่มีไฟเบอร์ เพื่อให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น และที่สำคัญอย่ากลั้นอึเด็ดขาด มิฉะนั้นโรค &quot;ริดสีดวงทวาร&quot; จะถามหาเอา<br>
<br>
แบบที่ 7 &quot;อึแบบดีที่สุด&quot;มีสีเหลืองทอง น้ำหนัก 400 กรัม กลิ่นไม่แรงมากนัก มีลักษณะเป็นขดเป็นวง (เหมือนในการ์ตูน) เสมือนอึแบบกล้วยที่ยาวมากจนขดกันเป็นวงโดยที่ไม่ขาด แถมยังมีความนุ่มนวลอีกด้วย เจ้าของอึแบบนี้ ต้องบอกว่ามีสุขภาพที่ดีเยี่ยม แถมยังมีสภาพจิตใจที่อยู่ในสภาวะสมบูรณ์สุดขีด <br>
<br>
<br>
<img src="pic/pukey.gif"> <img src="pic/pukey.gif"> <img src="pic/pukey.gif"> <img src="pic/pukey.gif"> <img src="pic/pukey.gif"> <img src="pic/pukey.gif">

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 16 Oct 2008 13:11
IP 124.121.227.207
คำตอบที่ 11

มีเพื่อนอยู่ โคราช เมืองคงเนี่ยแหละ หวังว่าเพื่อน คงได้อ่านบ้าง

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 20 Oct 2008 09:43
IP 124.120.125.93
คำตอบที่ 12

สาเหตุของการมีพุง อาจมิใช่เพราะไขมัน <br>
<br>
คย เป็นบ้างไหมว่า แม้เราจะลดน้ำหนักสักแค่ไหน หน้าท้องของเราก็ยังป่องไม่เรียบตึงเช้งกะเด๊ะซะที คุณควรรู้ไว้ว่า สาเหตุของพุงป่องไม่ใช่จากการรับประท านเพียงอย่างเดียว และคนพุงป่องก็ไม่ได้แปลว่าอ้วนด้วย แต่อาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำเท่านั้น ลองเรียนรู้สักนิดเพื่อหาทางกำจัดพุงป่องๆ แบบถาวรกันดีกว่า <br>
<br>
1. การแพ้อาหาร <br>
<br>
<br>
บางครั้งอาการท้องบวมอาจเกิดจากอาการระคายเคืองหรือก ารติดเชื้อของระบบย่อยอาหารในช่องท้อง หรืออาจรวมถึงการรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้บวมน้ำแล ะยังรวมไปถึงการมีรอบเดือนด้วย แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าหน้าท้องของคุณบวมขึ้นผิดปกติหลัง ทานอาหารบางชนิด ให้สันนิษฐานได้ว่าคุณน่าจะมีอาการแพ้อาหารเข้าให้แล ้ว จากสถิติพบว่าอาหารจำพวกแป้งและนมมีโอกาสทำให้เกิดอา การแพ้และบวมมากที่สุด <br>
<br>
2.อาหารลดน้ำหนัก <br>
<br>
คนที่ชอบหวังพึ่งอาหารลดน้ำหนักจำพวกโลว์-แฟ้ต หรือแฟ้ต-ฟรีมักจะมีปัญหาพุงป่อง เนื่องจากคุณจะคิดว่ามันเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำ จึงสามารถกินมากกว่าปกติ อาหารพวกนี้อาจมีพลังงานน้อยกว่าปกติ แต่มันก็ไม่ได้น้อยขนาดนั้น ทางที่ดีหันมารับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้นจะดีกว่า รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีเอนไซม์ช่วยย่อย อาทิ น้ำมะนาว น้ำส้มสายชูสกัดจากแอ๊ปเปิ้ล หรือผักสดต่างๆ <br>
<br>
3.กินช้าๆ แต่บ่อยๆ <br>
<br>
เลิกนิสัยรีบกินรีบไปซะที ค่อยๆ เคี้ยวอาหารช้า ๆ เพื่อให้ประสาทรับรู้ของเราค่อยๆ รู้สึกอิ่ม และในแต่ละมื้ออย่ากินให้เยอะจนอิ่มแน่นท้อง คุณควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อย่อย ๆ แต่อย่ากินขนมจุบจิบจำพวกขนมนมเนยต่าง ๆ เลือกกินผลไม้หรือธัญพืช เมื่อหิวระหว่างมื้อจะดีกว่า <br>
<br>
4.ขจัดสารพิษ <br>
<br>
แอลกอฮอล์ คาเฟอีน และนิโคตินในบุหรี่มีผลร้ายต่อระบบเผาผลาญอาหารของร่ างกาย ส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำและยังก่อให้เกิดเซลลูไลท์อีกด ้วย ดังนั้นเมื่อรู้เหตุดังนี้แล้วก็แค่ลดละเลิกการดื่มเ ครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนต่าง ๆ และเลิกสูบบุหรี่ไปซะด้วยเลยในเวลาเดียวกัน <br>
<br>
5.หัดกินสักนิด <br>
<br>
<br>
ในกระเพาะของเราจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่เพื่อช่วยในกา รย่อยอาหาร แต่บางครั้งแบคทีเรียเหล่านี้ก็อาจถูกกำจัดไปจากสภาว ะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยหรือการรับประทานอาหารบางชนิ ด แนะนำให้คุณรับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเป็นประจำเพื ่อปรับสมดุลแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ จะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้หน ้าท้องของคุณบวมน้อยลงด้วย <br>
<br>
6.ดื่มน้ำให้มาก <br>
<br>
น้ำเป็นเสมือนขุมทรัพย์แห่งความงามจริงๆ รวมไปถึงอาการบวมน้ำนี้ด้วยคุณควรดื่มน้ำให้ได้อย่าง ต่ำ 8 แก้วต่อวัน แต่วิธีการดื่มนั้นอย่าดื่มหมดแก้วในคราวเดียวควรจิบ น้ำบ่อยๆ เรื่อยๆ เพราะการที่คุณดื่มน้ำแก้วใหญ่ในคราวเดียว จะทำให้กระเพาะปัสสาวะของคุณขยายใหญ่ ถ้าจะให้ดีลองเลือกดื่มขาสมุนไพร อาทิ ชาเป็ปเปอร์มินต์ หรือชาคาโมไมล์แทนน้ำเปล่า โดยเฉพาะการดื่มในช่วงหลังอาหาร จะช่วยให้อาหารที่คุณรับประทานเข้าไป ย่อยได้ดีขึ้นด้วย <br>
<br>
7. บริหารกล้ามเนื้อหัวใจ <br>
<br>
ผู้หญิงหลายคนเชื่อว่าการซิตอัพทุกวันจะช่วยให้หน้าท ้องแบนเรียบแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย แม้ว่าการซิตอัพจะช่วยสร้างกล้ามท้อง แต่ถ้าร่างกายของคุณนั้นยังปกคลุมด้วยชั้นไขมันแล้วล ่ะก็ หน้าท้องเรียบตึงก็จะไม่มีวันโผล่มาให้เห็นหรอก ดังนั้นจึงจำเป็นที่คุณจะต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เป็นประจำอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน อย่างต่ำ 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันออกไป ผนวกกับการซิตอัพ คราวนี้แหละสวยตึงแน่นอน <br>
<br>
8. หายใจลึกๆ <br>
<br>
<br>
เมื่อคุณหายใจเข้าออกแบบลึกๆ จะช่วยให้ร่างกายจะคลายความตึงเครียดออกมา รวมทั้งยังช่วยในการเติมอ็อกชิเจนและพลังชีวิตให้ร่า งกายด้วย ทุกครั้งที่คุณหายใจให้พยายามหายใจให้ลึกเข้าไปยังท้ อง อย่าหยุดเพียงแค่เก็บลมไว้ในช่องอกการหายใจเข้าออกจา กท้องเป็นนิสัยจะช่วยกระชับให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็ งแรงมากยิ่งขึ้น <br>
<br>
9. นวดกระชับหน้าท้อง <br>
<br>
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนวด ช่วยได้ จริงๆ เนื่องจากการนวดท้องนั้น ช่วยไล่ลมที่กักเก็บไว้ในช่องท้องได้ และช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วย ณ วิธีการนวดก็ไม่ยาก เพียงวางฝ่ามือลงบนท้องแล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกา ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น คุณอาจใช้ครีมจำพวกกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องร่วมด้วย ก็ได้ <br>
<br>
<br>
<br>
<br>
<img src="pic/lol.gif">

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 23 Oct 2008 11:01
IP 124.121.227.142
คำตอบที่ 13

คำคมวันนี้ <br>
1) คนพาลถ้าจริงใจก็ไม่ผิด คบบัณฑิตไม่จริงใจก็ไร้ผล <br>
2) ทำดี ย่อมได้ดี ทำอัปปรีย์ มันจะได้ดีได้ยังไง <br>
3) บางสิ่งเราก็ไม่ควรจำ ... ถ้ามันทำให้ใจเจ็บ แต่บางสิ่งเราก็ควรจะเก็บ .. ถ้ามันเป็นความเจ็บที่น่าจำ ! ( โอ้โห ... คิดได้งัย ) <br>
4) อย่ามีหัว .. ไว้ให้แค่ผมขึ้น .( รู้จักใช้ซะบ้างสมองอ่ะ .. เดี๋ยวมันจะฝ่อ ) <br>
5) ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้ แต่ไม่ต้องเอามาโชว์ <br>
6) เจ็บแล้วจำ คือ คน เจ็บแล้วทน คือควาย <br>
7) พอใจเท่าที่มี ... ยินดีเท่าที่ได้ <br>
8) สิ่งที่สอนคนเราไม่ได้ ก็คือ &quot; สามัญสำนึก &quot; <br>
9) ไปให้สุด .......... แล้วหยุดแค่คำว่าพอ ........ <br>
10) สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร <br>
11) จงซื่อสัตย์กับแฟนตัวเอง แล้วจงครื้นเครงกับแฟนคนอื่น <br>
12) หากเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็ไม่มีวันมีรอยเท้าเป็นของตัวเอง <br>
13) มาสาย กลับก่อน นอนกลางวัน มันส์กลางคืน <br>
14) สุราไม่ได้สร้างวีรบุรุษ ...... แต่วีรบุรุษก็ขาดสุราไม่ได้ <br>
15) ความพยามครั้งที่ 100 ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ <br>
16) ทำคืนนี้ให้ดีที่สุด และอย่าหยุดถ้าไม่ถึงจุดสุดยอด ( อันนี้ขำขำแอบทะลึ่งเล็กน้อย ) <br>
17) ทุกนาง ... งามสรรพ ... เมื่อดับเทียน 555) <br>
18) สุขใดไม่เท่าล้วงกระเป๋า แล้วเจอตังค์ 555 <br>
19) คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด .. คนฉลาดย่อมเป็นเหยื่อของ .. คนฉลาดที่แกล้งโง่ <br>
20) สามีคือเป้าหมาย ผู้ชายคือทางผ่าน คบเด็กคือนิพพาน ขึ้นคานคือตายทั้งเป็น <br>
21) การดื่มเหล้าให้เมาไม่ใช่ยี่ห้อของสุรา .. การศึกษาคือความรู้ที่ได้มาไม่ใช่สถาบัน <br>
22) = อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด <br>
23) ยามศึกเรารบ ยามสงบเราปฏิวัติ ( อันนี้ขำขำนะ อย่าเครียด เอิ้ก ๆ ๆ ) <br>
24) อ่อนโยน แต่อย่าอ่อนแอ <br>
25) เมียซื้อเงินสด รถซื้อเงินผ่อน ( สำหรับคนจะแต่งงาน อิอิ ) <br>
26) ถ้าคนเราไม่ปล่อยวางอดีต ก็จะไม่รู้จักอนาคต <br>
27) มนุษย์ แท้จริงแล้วไม่ได้โตด้วยอาหาร แต่โตได้ด้วยความลำบาก <br>
28) เมียรวยช่วยเราได้ (555) <br>
29) เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน <br>
30) ชะตาฟ้าลิขิต ... แต่ชีวิตนะของ<font color=red>***</font> <br>
31) รักแท้ต้องแย่งชิง .. รักจริงต้องปล่อยไป <br>
32) ตัดกระดาษต้องใช้กรรไกร . แต่ตัดใจต้องใช้เวลา <br>
33) กาเม มอระนัง ทุกขัง โลเก ...( กามตายด้านเป็นทุกข์ในโลก ) <br>
34) รักดีกินถั่ว รักชั่วกินเหล้า .. รักดีรักชั่ว กินถั่วแกล้มกะเหล้าเอิ้ก ๆ ๆ <br>
35) สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ &quot; การที่คนดีนิ่งดูดาย &quot; <br>
36) กำขี้ดีกว่ากำตด แต่ถ้ากำขี้สดๆกำตดจะดีกว่ากำขี้ ( นะ ) <br>
37) ทำแล้วเสียใจยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ <br>
38) จุดยืนของเราทุกคนคือ &quot; ส้นตีน &quot; ( มีใครจะเถียงมั๊ย ) <br>
39) กระบี่อยู่ที่ใจ แค่ไม้ไผ่ก้อไร้เทียมทาน <br>
40) เห็นงานเป็นลม เห็นนมสู้ตาย สู้ว้อยยยยยยยยยย <br>
41) ตัวอย่างที่ดี ... มีค่ากว่าคำสอน <br>
42) ดี - ชั่วไม่ได้เป็นกรรมพันธุ์ ... <br>
<img src="pic/eek.gif"> <img src="pic/eek.gif"> <img src="pic/eek.gif">

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 24 Oct 2008 14:28
IP 124.121.228.3
คำตอบที่ 14

แหวน นอกจากจะเป็นเครื่องประดับที่แสดงออกถึงความรัก และแสดงตัวตนของแต่ละคนในด้านแฟชั่นแล้ว การสวมแหวนในแต่ละนิ้วทำให้เราโชคดีในเรื่องต่างๆ ด้วย <br>
<br>
<br>
ว่าแต่จะเป็นโชคเรื่องอะไร แล้วนิ้วไหนจะส่งผลอะไร ลองมาดูกันเลย!<br>
<br>
<br>
ถ้าอยากให้ความรักมั่นคง ก็ต้องนิ้วที่ตรงกับหัวใจที่สุด อย่างนิ้วนางข้างซ้ายเลย<br>
<br>
<br>
ถ้าอยากให้มีโชคในเรื่องความรัก ต้องสวมแหวนนิ้วก้อยข้างซ้าย<br>
<br>
<br>
ถ้าอยากให้ใครคนนั้นสนใจ ต้องสวมแหวนที่นิ้วชี้ข้างซ้าย<br>
<br>
<br>
ถ้าอยากโชคดีและมีความราบรื่นในด้านต่างๆ ต้องสวมแหวนที่นิ้วนางข้างขวา<br>
<br>
<br>
ถ้าอยากมีเสน่ห์คนชอบมากๆ ต้องสวมแหวนที่นิ้วหัวแม่มือ จะเป็นด้านขาว หรือด้านซ้ายก็ด้าย<br>
<br>
<br>
ถ้าอยากปลอดภัยจากความชั่วร้าย ต้องสวมแหวนที่นิ้วกลาง จะสวมข้างไหนก็ด้าย<br>
<br>
<br>
ถ้าอยากมีโชคทางการเงิน ต้องสวมแหวนที่นิ้วกลางข้างขวา<br>
<br>
<br>
<img src="pic/tasty.gif">

ผู้ตอบ

คุณ เบื่อ เซ็ง
วันที่ 27 Oct 2008 12:30
IP 124.120.118.61
คำตอบที่ 15

สามี มีเมียน้อยเหมือนกัน พอจับได้ เค้าก็บอกเราว่า ให้ต่างคน ต่างอยู่ ยังไงเค้าก็ไม่เลิกกับใครทั้งนั้น ถ้าเค้าสบายใจที่จะอยู่กับใครเค้าก็จะไปหาคนนั้นบ่อยๆ <br>
<br>
ทุกวันนี้ ก็ยังเหมือนเดิม เค้าก็ยังไม่เลิกกับเมียน้อย และยังไม่เลิกกับเรา ไม่ยอมเซ็นต์ใบหย่าให้เรา ร้องไห้ทุกวันยังไงก็ทำใจไม่ได้ เบื่อ เซ็ง

ผู้ตอบ

คุณ สายน้ำไม่ไหลกลับ
วันที่ 27 Oct 2008 17:06
IP 124.120.123.174
คำตอบที่ 16

ที่ผ่านมา พี่ทำให้เรารู้ว่า ความรัก ความจริงใจ ที่มีให้ มันไม่มีค่าอะไรเลย <br>
ไม่เหลือเลย แม้แต่ความผูกพัน

ผู้ตอบ

คุณ สายน้ำไม่ไหลกลับ
วันที่ 27 Oct 2008 17:08
IP 124.120.123.174
คำตอบที่ 17

ที่ผ่านมา พี่ทำให้เรารู้ว่า ความรัก ความจริงใจ ที่มีให้ มันไม่มีค่าอะไรเลย <br>
ไม่เหลือเลย แม้แต่ความผูกพัน

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 28 Oct 2008 14:34
IP 124.120.118.147
คำตอบที่ 18

ไร้กรอบ....ดร.วรภัทร ภู่เจริญ<br>
<br>
<br>
ไร้กรอบ <br>
<br>
เคยได้ยินชื่อ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ไหมครับ <br>
เขาเคยเป็นวิศวกรขององค์การอวกาศนาซา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน <br>
<br>
เคยได้รับรางวัลงานวิจัยที่ดีที่สุดระดับโลกเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไอพ่นตัดสินใจกลับเมืองไทยเพราะ <br>
1. อยากดูแลพ่อแม่ <br>
2. ไม่อยากเป็นพลเมืองชั้นสองในบ้านพักคนชรา <br>
3. อยากเที่ยว และ <br>
4. ชอบกินอาหารอร่อย <br>
<br>
เคยเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย <br>
ก่อนจะออกมาตั้งบริษัทที่ปรึกษาของตัวเอง <br>
ผมประทับใจบทสัมภาษณ์ของ ดร.วรภัทรใน &quot;เสาร์สวัสดี&quot; ของ &quot;กรุงเทพธุรกิจ &quot; <br>
เมื่อประมาณ 1-2 เดือนก่อนมาก คนอะไรก็ไม่รู้ ชีวิตมันส์เป็นบ้า ความคิดก็กวนเหลือหลาย <br>
<br>
ตอนที่เขาเป็นอาจารย์ วิธีการสอนหนังสือของเขาแปลกกว่าคนอื่น <br>
&quot; ผมออกนอกกรอบตลอดเวลา&quot; เขาบอก <br>
<br>
เขาเคยพาเด็กวิศวะไปที่ริมสระว่ายน้ำ เรียนไปและดูนิสิตสาว ๆ ว่ายน้ำไปด้วย <br>
คาดว่าคงไปเรียนเรื่อง &quot;คลื่น&quot; <br>
ระหว่างท่าฟรีสไตล์ กับท่าผีเสื้อ คลื่นที่เกิดขึ้นของท่าไหนถี่กว่ากัน <br>
ระหว่างชุดทูพีซกับวันพีซ แรงเสียดทานกับน้ำ ชุดไหนมากกว่ากัน <br>
แนวการศึกษาน่าจะออกไปทำนองนี้ <br>
<br>
แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนที่เขาออกข้อสอบ ข้อสอบของเขาสั้นและกระชับมาก <br>
&quot; จงออกข้อสอบเอง พร้อมเฉลย&quot; โหย...เด็กวิดวะอึ้งกันทั้งห้อง <br>
คำตอบส่วนใหญ่เป็นการตั้งโจทย์แบบง่ายๆ เช่น ปั้นจั่นมีกี่ชนิด ผลปรากฎว่าได้ศูนย์กันทั้งห้อง เพราะเป็นคำตอบที่ไม่ได้แสดงความคิดที่ลึกซึ้งสมกับที่เรียนมาทั้งเทอม <br>
<br>
เหตุผลที่ ดร.วรภัทร <br>
ออกข้อสอบด้วยการให้นิสิตออกข้อสอบเองเป็นเหตุผลที่ตรงกับใจผมมาก <br>
&quot; ชีวิตคนเราจะรอให้อาจารย์ตั้งโจทย์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องหาโจทย์มาเอง <br>
คิดแล้วทำ ถ้าผิดแล้วอาจารย์จะปรับให้&quot; <br>
<br>
เขามองว่าเด็กรุ่นใหม่ติดนิสัยเด็กกวดวิชา รอคนคาบทุกอย่างมาป้อนให้ไม่รู้จักคิดเอง <br>
&quot; ถ้ารอและตั้งรับ คุณก็เป็นพวกอีแร้ง แต่พวกคุณแย่กว่าเพราะเป็นแค่ลูกอีแร้ง <br>
คือ รออาหารที่คนอื่นป้อนให้&quot; <br>
โหย...เจ็บ ผมเชื่อมานานแล้วว่าชีวิตของคนเราเป็นข้อสอบอัตนัยที่ต้องตั้งโจทย์เองและตอบเอง ไม่ใช่ข้อสอบปรนัยที่มีคนตั้งโจทย์ และมีคำตอบเป็นทางเลือก ก-ข-ค-ง <br>
ถ้าใครที่คุ้นกับ &quot;ชีวิตปรนัย&quot; ที่มีคนตั้งโจทย์ให้และเสนอทางเลือก 1-2-3-4 <br>
<br>
คนคนนั้นชีวิตจะไม่ก้าวหน้า เพราะต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลาติดกับ &quot;กรอบ&quot; ที่คนอื่นสร้างให้ ไม่เหมือนกับคนที่รู้จักคิดและตั้งคำถามเอง <br>
<br>
เรื่องการตั้งคำถามกับชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าลืมว่าเพราะมี &quot;คำถาม&quot; จึงมี&quot;คำตอบ&quot; <br>
เมื่อมี &quot;คำตอบ&quot; เราจึงเลือกเดิน พูดถึงเรื่องการตั้งคำถาม ผมนึกถึง&quot;โสเครติส&quot; <br>
<br>
เขาเป็นนักปรัชญาเอกของโลก ที่สอนลูกศิษย์ด้วยการสนทนา <br>
ตั้งคำถามให้ลูกศิษย์ตอบ สร้างองค์ความรู้จาก &quot;คำถาม&quot; <br>
กลยุทธ์ของ &quot; โสเครติส&quot; ในการสอนคือไม่ให้ความเห็นใดๆ แก่นักเรียน <br>
และทำลายความมั่นใจของ นักเรียนที่เชื่อว่าตนเองรู้ <br>
<br>
&quot;โสเครติส&quot; เชื่อว่าเมื่อเด็กตระหนักใน &quot; ความไม่รู้&quot; ของตนเอง เขาจะเริ่มต้น <br>
แสวงหา &quot; ความรู้ &quot; แต่ถ้าเด็กยังเชื่อมั่นว่าตนเองมี &quot;ความรู้&quot; เขาก็จะไม่แสวงหา &quot;ความรู้&quot; <br>
<br>
การตั้งคำถามของโสเครติสจึงมีเป้าหมายโจมตีและทำลายความเชื่อมั่นในภูมิความรู้ของนักเรียน เป็นกลยุทธ์เท &quot;น้ำ&quot; ให้หมดจากแก้ว เมื่อแก้วไม่มีน้ำ <br>
แล้วจึงเริ่มให้เขาเท &quot; น้ำ&quot; ใหม่ใส่แก้วด้วยมือของเขาเอง <br>
&quot; น้ำ&quot; ที่ลูกศิษย์แต่ละคนเทลงแก้วด้วยมือตัวเองมาจาก &quot;คำตอบ&quot; ที่เขาค้นคิดขึ้นมาเอง <br>
&quot; คำตอบ&quot; จาก &quot;คำถาม&quot; ของ &quot;โสเครติส&quot; <br>
<br>
&quot; โสเครติส&quot; นิยามศัพท์คำว่า &quot; คนฉลาด&quot; และ &quot;คนโง่&quot; ได้อย่างน่าสนใจ <br>
&quot; คนฉลาด&quot; ในมุมมองของ &quot;โสเครติส&quot; นั้นไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง <br>
แต่ &quot;คนฉลาด&quot; คือคนที่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ส่วน &quot; คนโง่&quot; นั้น คือ <br>
คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้แต่ทำตัวราวกับเป็นผู้รู้ <br>
<br>
ไม่น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้ผมยังมีความภาคภูมิใจใน &quot;ความรู้&quot; ของตนเอง <br>
แต่พออ่านถึงบรรทัดนี้ ทำไมผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย = <img src="pic/yawn.gif"> <img src="pic/yawn.gif">

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 28 Oct 2008 14:41
IP 124.120.118.147
คำตอบที่ 19

<img src="pic/smile.gif"> <img src="pic/frown.gif"> <img src="pic/redface.gif"> <img src="pic/biggrin.gif"> <img src="pic/blue.gif"> <img src="pic/shy.gif"> <img src="pic/sleepy.gif"> <img src="pic/sunglasses.gif"> <img src="pic/supergrin.gif"> <img src="pic/embarass.gif"> <img src="pic/dead.gif"> <img src="pic/cool.gif"> <img src="pic/clown.gif"> <img src="pic/pukey.gif"> <img src="pic/eek.gif"> <img src="pic/sarcblink.gif"> <img src="pic/smokin.gif"> <img src="pic/reallymad.gif"> <img src="pic/confused.gif"> <img src="pic/crying.gif"> <img src="pic/lol.gif"> <img src="pic/devil.gif"> <img src="pic/tongue.gif"> <img src="pic/aysmile.gif"> <img src="pic/tasty.gif"> <img src="pic/grazy.gif">

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 29 Oct 2008 12:05
IP 124.120.119.50
คำตอบที่ 20

อยากลองดูกันหน่อยไหมล่ะ ว่าจะรู้สึกดีแค่ไหน <br>
<br>
1. เริ่มจากบริเวณหน้าผาก ให้ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางเริ่มจากกึ่งกลางหน้าผากนวดวนขึ้นเป็นแนวขดลวด (ขึ้นหนักลงเบา) นวดจนถึงบริเวณขมับ 6 จังหวะ ทำซ้ำ 3 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายให้กดจุดที่ขมับเพื่อความผ่อนคลาย <br>
<br>
2.บริเวณรอบดวงตา และยกกระชับริมฝีปาก ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางนวดเบาๆ บริเวณใต้ตา โดยเริ่มจากแนวโครงกระดูกเบ้าตาล่าง วนไปมาเบาๆ นับ 1 ครั้ง (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) จากนั้นเริ่มนวดจากบริเวณใต้โพรงจมูก ลูบออกด้านข้างในลักษณะบกผิวขึ้น ลูบไปมา 3 ครั้ง และเลื่อนนิ้วลงมาบริเวณใต้ท้องริมฝีปากล่าง ลูบออกตามแนวริมฝีปากในลักษณะยกขึ้น ทำซ้ำ 3 ครั้ง <br>
<br>
3.ยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณมุมปาก ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณกึ่งกลางคางขึ้นไปที่บริเวณมุมปากในลักษณะยกขึ้น (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) <br>
<br>
4.ยกกระชับกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม ใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างนวดจากบริเวณมุมปากในลักษณะยกผิวขึ้นเป็นมุมกว้าง ค้างไว้สักครู่แล้วค่อยลูบลง (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) <br>
<br>
5.ผ่อนคลายความตึงเครียดบริเวณดวงตา ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางกดบริเวณหัวตาทั้ง 2 ข้าง กดเบาๆ นับ 1-3 แล้วลูบผ่านเปลือกตา และวนรอบดวงตา กลับมากดที่หัวตา (ทำซ้ำ 3 ครั้ง) โดยครั้งสุดท้ายลูบผ่านเปลือกตาไปกดจุดที่บริเวณขมับ<br>
<br>
<br>
<br>
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ <br>
<br>
<img src="pic/tongue.gif"> <img src="pic/shy.gif">

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 29 Oct 2008 12:08
IP 124.120.119.50
คำตอบที่ 21

ถ้าใครไม่อยากเป็นสิวผด วันนี้มีวิธีป้องกันสิวผดมาฝากกัน....<br>
<br>
<br>
สิวผด จัดเป็นสิวประเภทหนึ่ง ที่พบบ่อยๆ มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็กๆ และแหลม โดยพบว่า มักจะดูเรียบหรือดีขึ้นในตอนเช้า และจะเห่อๆ ในตอนบ่ายๆ ผื่นอาจมีสีแดงและคันได้ หากล้างหน้าบ่อยขึ้น มักเป็นมากขึ้น และหากรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นมากขึ้น บริเวณที่พบได้บ่อยๆ คือ บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะ หน้าผากและขมับ<br>
<br>
<br>
สาเหตุ ที่พบบ่อย คือ <br>
<br>
1. จากความร้อน <br>
<br>
2. แสงแดด <br>
<br>
3. การเช็ดถูหน้าบ่อยๆ หรือ การเช็ดถูหน้าแรงๆ <br>
<br>
4. เครื่องสำอางบางประเภท <br>
<br>
5. บางครั้ง เชื่อว่า เชื้อรา P.OVALE มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย<br>
<br>
<br>
วิธีป้องกันสิวผด คือ<br>
<br>
<br>
ลดการรบกวนต่อผิวหน้าให้น้อยที่สุด (Mechanical Irritation) เช่น การนวดหน้า,การขัดหน้า,หรือเช็ดถูหน้าบ่อยๆ<br>
<br>
<br>
ล้างหน้าเฉพาะที่จำเป็น หรือบริเวณที่ผิวมัน เพราะ การล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้สิวผด รุนแรงมากขึ้นได้<br>
<br>
<br>
ลด หรือหลีกเลี่ยง การใช้ครีมหรือยาที่ทำให้ผิวหน้าระคายเคืองมากขึ้น (Chemical Irritation) เช่น การใช้ยารักษาสิวประเภท Retinoic Acid,Benzoyel Peroxide AHA,BHA เป็นต้น<br>
<br>
<br>
ควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า,หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ และไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า และควรล้างหน้าไม่เกิน 2-3 ครั้งต่อวัน<br>
<br>
<br>
ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน ควรเลือกกันแดดที่มี SPF &gt;15-30 และมีค่า PA++ เป็นอย่างน้อย<br>
<br>
<br>
ไม่ควรซื้อยามารักษาผื่นเอง เพราะมักทำให้เป็นมากขึ้น และยาที่หาซื้อได้จากร้านขายยา มักเป็น STEROID ซึ่งมีผลข้างเคียงมาก<br>
<br>
<br>
ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญ เพื่อหาสาเหตุ และพร้อมทั้งการแก้ไขและรักษาที่ถูกต้องต่อไป<br>
<br>
<br>
รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าไม่อยากเป็นสิวผด ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปดูแลรักษาผิวกันได้ <br>
<br>

ผู้ตอบ

คุณ 6389
วันที่ 11 Nov 2008 13:52
IP 124.120.123.209
คำตอบที่ 22

เป็นคนหนึ่ง ที่ยังคิดถึงเธออยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเธอจะมีคนอื่นแล้ว<br>
แต่ฉันก็ยังเหมือนเดิม ยังรออยู่ที่เดิม เคยเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น<br>
...ยังรัก...<br>

ผู้ตอบ

คุณ หิวจัง
วันที่ 11 Nov 2008 17:12
IP 124.120.123.209
คำตอบที่ 23

ไข่หวานมะพร้าวอ่อน <br>
<br>
ส่วนผสม<br>
<br>
ไข่นกกระทา 20 ฟอง<br>
เนื้อมะพร้าวอ่อน 200 กรัม<br>
น้ำมะพร้าวอ่อน 600 กรัม<br>
น้ำตาลทราย 190 กรัม<br>
<br>
วิธีทำ<br>
<br>
1. ล้างเปลือกไข่ให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง หั่นมะพร้าวอ่อนเป็นชิ้นเล็กยาวพอควร ชิมน้ำมะพร้าว ถ้ามีรสหวานหรือจืดใช้ได้ แต่ถ้ามีรสเปรี้ยวห้ามใช้ (ขอแนะนำให้เลือกใช้น้ำลอยดอกมะลิแทน)<br>
2. ผสมน้ำมะพร้าวอ่อน น้ำตาลทรายในกระทะทอง ตั้งไฟใช้ไฟปานกลาง<br>
3. พอเดือดพล่านต่อยไข่นกกระทาใส่พอไข่สุก 80% ใส่มะพร้าวอ่อน รอเดือดอีกครั้งยกลงเสิร์ฟร่อนๆ <br>
<img src="pic/biggrin.gif"> <img src="pic/eek.gif">

ผู้ตอบ

คุณ จุ๊บๆ
วันที่ 14 Nov 2008 16:32
IP 124.120.116.181
คำตอบที่ 24

รักๆๆๆๆๆๆๆๆ คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ <img src="pic/lol.gif">

ผู้ตอบ

คุณ unloveable
วันที่ 18 Nov 2008 11:33
IP 124.120.120.79
คำตอบที่ 25

ไปก่อนแล้วนะคะ คงไม่เข้ามาที่ ตรงนี้อีก<br>
<br>
ขอโทษด้วยที่เข้าพิมพ์ อะไรไร้สาระ <br>
<br>
ต่อไปนี้จะไม่มีแล้วค่ะ<br>
<br>
บาย <img src="pic/shy.gif">

ผู้ตอบ

คุณ เมียน้อยคร่า
วันที่ 17 พ.ค. 2553 16:30
IP 118.173.174.176
คำตอบที่ 26

ฮาโหลๆๆ มีใครอยู่บ้านนี้บ้างคะ<br>
<br>
สามีมีเมียน้อย ก้ปล่อยสามีไปสิคะ อยากจะมีสักกี่คน มีไปเลย <br>
มันต้องแบ่งๆๆกันมั่ง <br>
<br>
<img src="pic/lol.gif"> <img src="pic/tasty.gif">

ผู้ตอบ

คุณ นายกปลอม
วันที่ 24 ก.ย. 2556 16:59
IP 182.52.108.71
คำตอบที่ 27

ลองให้ลูกถาม พ่อเค้าดีมั้ยว่า พ่อจะเอายังไง เลิกได้มั้ย ให้ลูกลองถามพ่อเค้าดู เผื่อจะสำนึกนะ

เชิญร่วมตอบคำถามได้ที่นี่ค่ะ

CAPTCHA
กรุณาป้อนตัวอักษรที่เห็นในรูปให้ถูกต้อง

     สงวนลิขสิทธิ์ 2568 องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองคง